1.วิธีการทำรีเอ็นจิเนียริ่ง
1.1 ศึกษารูปแบบกระบวนการทำงานให้เข้าใจ โดยการหมอบหมายงานให้ผู้เกี่ยวข้องที่เข้าใจในงานเป็นอย่างดีไปทำการศึกษารูปแบบกระบวนการเพื่อนนำไปใช้สำหรับทำรีเอ็นจีเนียริ่ง
1. ผู้นำ หมายถึง ผู้บริหารระดับสูง ซึ่งมีอำนาจสั่งการและชักชวนให้มีการจัดทำรีเอ้น จิเนียริ่ง
2. ผู้เป็นเจ้าของกระบวนการ หมายถึง ผู้จัดการที่มีความรับผิดชอบในกระบวนการทำงานที่จะให้มีการทำรีเอ็นจีเนียริ่ง
3. ทีมงานรีเอ้นจีเนียริ่ง หมายถึง ทีมทำงานของพนักงานซึ้งตกลงใจ ร่วมกันทำรีเอ็นจีเนียริ่ง
3.1 คนวงใน ควรเป็นพนักงานที่มาจากหลายฝ่าย ซึ่งมีส่วนเกี่ยว้องกับกระบวนการทำงานที่จะมีการจัดรูปแบบใหม่
3.2 คนวงนอก เป็นพนักงานนอกสายกระบวนการทำงานหรือเป็นบุคคลภายนอกเลยที่เดียว
4. คณะกรรมการผู้ชี้นำ หมายถึง คณะกรรมการผู้ที่มีหน้าที่ดูแลการทำรีเอ็นจิเนียริ่ง
5. ผู้มีอำนาจทำรีเอ้นจิเนียริ่ง หมายถึง ผู้รับผิดชอบในการดูแลด้านเทคนิกในการทำรีเอ็นจิเนียริ่ง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งไว้
2.การจัดรูปแบบกระบวนการใหม่
2.1 การใช้วีธีการทำรีเอ็นจิเนียริ่งที่ถุกต้อง มีรายระเอียดดังนี้
1. ตั้งชื่อกระบวนการทำงาน เพื่อให้รู้จุดเริ่มต้น และจุดสิ้นสุดของงานโดยมีชื่อบงบอกให้รู้ ประกอบด้วย
(1) กระบวนการผลิต
(2) กระบวนการอนุมัติสินเชื่อ
(3) กระบวนการพัฒนาสินค้า
(4) กระบวนการขาย
(5) กระบวนการจัดส่งสินค้า
(6) กระบวนการบริการ
2. สร้างแผ่นภูมิกระบวนการทำงานในระดับสูง เพื่อให้รู้การไหลของงานในองค์กรว่างานในแต่ละอย่างดำเนินการเป็นขั้นตอนอย่างไรตั้งแต่ต้นจนเสร็จ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือช่วยในการทำรีเอ็นจิเนียริ่ง
3. เลือกกระบวนการทำงานที่จัดขึ้นมาใหม่ เป็นวิธีการคัดเลือกกระบวนการทำงานที่จะทำการจัดรูปแบบใหม่
4. ทำความเข้าใจและทำการจัดรูปแบบกระบวนการทำงานใหม่ เป็นการทำความเข้าใจในกระบวนการทำงานเพื่อให้ทีมทำงานมีความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการทำงานนั้นอย่างเพียงพอ
2.2 การใช้ประโยชน์ของเทศโนโลยีสารสนเทศอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดประสิทธิ์ภาพสูงสุดตามลักษณะงานและความรับผิดชอบที่กำหนดขึ้นตามสภาวการณ์ต่างๆ อย่างยืดหยุ่น พร้อมๆ กับการวางแผ่นเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เป็นการล่วงหน้า
2.3 การใช้เทคนิคในการทำรีเอ็นจิเนียริ่ง มีดังนี้
(1) บทบาทและความเข้าใจของผู้บริหาระดับสูงต่อการทำรีเอ็นจิเนียริ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ
(2) อย่าพยายามทำรีเอ็นจิเนียริ่ง เมื่อประธานกรรมการบริหารเหลือเวลาอีก 2 ปี ก่อนเกษียณ
(3) อย่าจัดการรีเอ็นจิเนียริ่งไว้ช่วงการของระเบียบวาระการประชุมของบริษัท
(4) อย่าพยายามยึดแน่นกับกระบวนการเดียวแต่ควรมีการเปลี่ยนแปลง
(5) อย่าพยายามทำรีเอ็นจิเนียริ่งให้เกิดขึ้นจากระดับล่างขึ้นสู่ระดับบน
(6) อย่าล้มเหลวในการแยกความแตกต่างของการรีเอ็นจิเนียริ่งออกจากโปรแกรมการปรับปรุงธุรกิจ
(7) มอบหมายงานให้บุคคลที่เข้าใจการรีเอ็นจิเนียริ่งอย่างแท้จริงเพื่อเป็นผู้นำความพยายามในการจัดทำ
(8) ต้องใช้ความรู้และความสามารถไม่ใช่โชคช่วยต้องรู้กดเกณฑ์ และการหลีกเลี่ยงการทำผิดผลาด
(9) อย่าหวังทรัพยากรที่ไปสนับสนุนการทำรีเอ็นจิเนียริ่ง
(10) เพิกเฉยทุกอย่างยกเว้นการออกแบบกระบวนการใหม่
(11) ไม่สนใจต่อค่านิยมและความเชื่อของประชาชน เพื่อสร้างวัฒนธรรมเชิงความคิด
(12) อย่ายินยอมให้วัฒนธรรมองค์การที่คงอยู่ และทัศนคติด้านการจัดการมากีดกั้นการเริ่งต้นทำรีเอ็นจิเนียริ่ง
(13) อย่ามุ่งไปสู่กระบวนการทางธุระกิจที่เป็นนามธรรม
(14) อย่าวางข้อจำกัดก่อนการกำหนดปัญหาและกำจัดขอบเขตความพยายามในการทำ รีเอ็นจิเนียริ่ง
(15) ความเต็มใจต่อผลงานที่สำเร็จแต่ผลหลับให้เป็นรองลงมา
(16) อย่ามุ่งกระบวนการออกแบบเพียงอย่างเดียวแต่ต้องลงมือปฎิบัติด้วยได้ด้วย
(17) อย่าใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟือยกับโครงการรีเอ็นจิเนียริ่งขนาดใหญ่หลายโครงการ
(18) พยายามทำรีเอ็นจิเนียริ่งให้เกิดขึ้นโดยปราศจากการทำให้ใครก็ได้ไม่มีความสุข
(19) หยุดทำแต่แรก หรือเกิดความกลัว
(20) อย่าถอยกลับเมื่อคนต่อต้านการเปลี่ยนแปลงจาการทำรีเอ็นจิเนียริ่ง
(21) อย่าท้อถอยหมดความพยายาม
วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น